Author: FlipAutumn

  • ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ก็มารู้จักการทำประชามติครั้งนี้ 2569

    ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ก็มารู้จักการทำประชามติครั้งนี้ 2569

    ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันที่ประชาชนชาวไทยจะได้รวมกันไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกัน โดยคราวนี้จะแตกต่างไปจากครั้งก่อนๆ คือ จะมีการขอความเห็นชอบในการทำประชามติด้วย เราจะเจอบัตรเลือกตั้ง 3 ใบ คือ โดยบัตรออกเสียงประชามติ (สีเหลือง) นี้ พูดง่ายๆคือ การขออนุญาตในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งโดยปกติก็มีการแก้ไขเหมือนกัน แต่จะเป็นการแก้ไขเป็นรายมาตราๆ ไป ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ??? ผมต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมก็ไม่ได้อยู่ในแวดวงการเมืองใดใด ความรู้ด้านนี้ก็มีไม่มาก แค่ประชาชนตาดำดำคนหนึ่ง ที่ฟังจากตรงนั้น ตรงนี้มาบ้าง เท่าที่พอจะทราบได้ คือ รัฐธรรมนูญที่เราใช้กันอยู่ (น่าจะตั้งแต่ปี 60 มั้ง) มีการปรับเปลี่ยนอะไรมาเยอะแยะ เช่น วิธีการเลือกนายกที่ให้สว.เป็นผู้โหวตด้วย หลังจากประชาชนเลือกกันแล้ว (ในการเลือกตั้งปี 69 นี้ สว.จะไม่เกี่ยว), การคัดเลือกสว., อำนาจของสว. หรือ เรื่องของสิทธิเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เป็นต้น (อ้างอิงจากคลิปรายการป๋าเต็ด ที่พูดคุยกับคุณเป๋า iLAW) ไม่ว่ารัฐบาลยุคก่อนนั้น จะแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเหตุใดก็ตาม มันทำให้ ณ ปัจจุบันการบริหารในระบบรัฐสภาของประเทศเรามีสภาพเหมือนกับถูก “แช่แข็ง”…

  • จิตของสัตว์ที่โคลนนิ่ง…จะเป็นจิตของสัตว์เดิมหรือไม่

    จิตของสัตว์ที่โคลนนิ่ง…จะเป็นจิตของสัตว์เดิมหรือไม่

    การโคลนนิ่งสัตว์เป็นสิ่งงที่เกิดขึ้นมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว แล้วชีวิตจากการโคลนนิ่งนั้น ในทางพุทธศาสนามองอย่างไร จิตของสัตว์ที่ถูกโคลนนิ่งก็เช่นกัน เป็นจิตเดิมของเขาหรือไม่

  • บุคคลผู้สะดุ้งต่อความตาย…ข้อคิดจากเหตุแผ่นดินไหว

    บุคคลผู้สะดุ้งต่อความตาย…ข้อคิดจากเหตุแผ่นดินไหว

    บุคคลผู้สะดุ้งต่อความตาย…ข้อคิดจากเหตุแผ่นดินไหว สืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะกายประเทศเมียนมา ส่งผลกระทบมาสู่ประเทศไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารสูงในกรุงเทพฯ ในขณะที่มีเกิดแผ่นดินไหว บางคนอาจจะไม่รู้ตัวเลย แต่สำหรับคนที่อยู่ในอาคารสูงย่อมรับรู้ได้ชัดเจนทีเดียว บางทีถึงกับคิดถึงขนาดว่า “ชีวิตคงจะจบ ณ ที่นี้” ในด้านหนึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เราได้รับรู้ได้เลยว่า “ความตาย” ไม่ได้อยู่ไกลไปจากเรามากเท่าไหร่นัก ภัยต่างๆ รอบตัวเราสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่มีบอกวัน เวลา ให้กับเราได้รับทราบเลย เมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย สติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่สติไม่ได้เกิดขึ้นเองในยามคับขัน หากไม่ได้ฝึกฝนมาก่อน เราอาจมีแต่ความตกใจและหวาดกลัว ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถึงบุคคล 4 ประเภท ที่เป็นผู้มีความกลัวต่อความตาย มีความสะดุ้งต่อความตาย มีความเศร้าโศกที่จะต้องละจากสิ่งอันเป็นที่รักไป ใน อภยสุตร (องฺ.จตุกฺก. 21/184) คือ 1. บุคคลที่ยังหวงแหนในกามสุข (ความสุขจากวัตถุสิ่งเสพ) 2. บุคคลที่ยังหวงแหนในร่างกายนี้ คือ ความสุขที่จะได้จากร่างกายนี้ 3. บุคคลที่ทำกรรมชั่วไว้มาก ไม่ได้ทำกรรมดีไว้ จะระลึกว่าเมื่อตายไปจะไปสู่ทุคติ 4. บุคคลที่มีความเคลือบแคลงสงสัยในพระสัทธรรม กล่าวคือ คำสอนของพระพุทธเจ้า…

  • อนุโมทนาบุญในใจ ไม่พูดออกมา…จะได้บุญไหม ?

    อนุโมทนาบุญในใจ ไม่พูดออกมา…จะได้บุญไหม ?

    วันหนึ่งมีคำถามมาถึงแอดว่า “ถ้าเราเห็นผู้อื่นทำสิ่งที่ดีงามหรือทำบุญ โดยเรายินดีในบุญของเขาในใจ หรืออนุโมทนาบุญในใจ โดยไม่ได้เอ่ยหรือเขียนออกไปให้ใครรับรู้ แบบนี้จะถือเป็นการอนุโมทนาบุญด้วยหรือเปล่า” คำถามนี้น่าสนใจมากนะครับ หลายต่อหลายครั้งที่เคยเห็นการพูดเอ่ยว่า “อนุโมทนา”, “สาธุ” หรือบางครั้งได้เห็นการพิมพ์ในไลน์ ในคอมเม้นต์ วันนี้แอดเลยว่าจะเอาคำตอบที่ได้ตอบผู้ถามคำถามนี้มาแบ่งปันให้ทุกคนได้อ่านกันนะครับ | อนุโมทนาบุญคืออะไร ? การอนุโมทนาบุญเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งในบุญกิริยา 10 ประการ ซึ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นบุญกิริยา 3 ประการมี ทาน, ศีล และภาวนา แล้วอรรถกถาจารย์ก็มาอธิบายขยายเพิ่มเติมเป็น 10 ประการโดยเป็น 10 ประการที่อยู่ในหมวดหมู่ของทาน, ศีล, ภาวนาอีกทีหนึ่ง โดยจะเรียกการอนุโมทนาบุญนี้ว่า ปัตตานุโมทนามัย ปัตตานุโมทนามัย มีความหมายว่า ทำบุญด้วยการยินดีในความดีของผู้อื่น ในการยินดีบุญหรือความดีของผู้อื่นนั้น เกิดจากการที่เราได้ทราบว่าเขาได้กระทำความดีนั้นๆ จากการบอกกล่าว การเห็น หรือจากวิธีใดๆ ก็ตาม แม้ว่าจะเป็นคนที่รู้จักหรือไม่รู้จักก็ดี ย่อมก่อนให้เกิดบุญในใจจากการยินดีนั้น | ตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง | ยินดีในความดี ก็เป็นปัตตานุโมทนามัยแล้ว จากตัวอย่างที่กล่าวไปจะเห็นได้ว่าการที่เรามีใจยินดีในบุญหรือความดีใดๆ ที่ได้รับรู้ย่อมเป็นบุญในใจเราได้ แม้ว่าจะไม่ได้กล่าวอนุโมทนาหรือเขียนอนุโมทนาใดๆ เลย ในทางกลับกัน…

  • สันโดษที่แท้ ต้องรับใช้ความไม่สันโดษด้วย

    สันโดษที่แท้ ต้องรับใช้ความไม่สันโดษด้วย

    สันโดษที่แท้ ต้องรู้จักความไม่สันโดษด้วย สันโดษไม่ได้หมายถึงการหยุดพัฒนา แต่คือความพอใจในปัจจัย 4 ที่ได้มาด้วยความเพียรของตนเอง โดยไม่โลภ ไม่ริษยา ในขณะเดียวกัน เราต้องไม่สันโดษในกุศลธรรม ต้องพากเพียรสร้างความดีและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ การเข้าใจสันโดษผิด อาจทำให้เราหยุดนิ่ง ไม่ก้าวหน้า แต่หากเข้าใจอย่างถูกต้อง จะนำไปสู่ชีวิตที่สมดุล—มีความสุขง่าย ทุกข์ยาก และยังคงมุ่งมั่นสู่ความเจริญที่แท้จริงทั้งต่อตนเองและสังคม

  • Google Sheets 101 : ค้นหาข้อมูลได้ไวด้วยการใช้ VLOOKUP

    Google Sheets 101 : ค้นหาข้อมูลได้ไวด้วยการใช้ VLOOKUP

    บทความนี้เสนอการใช้สูตร VLOOKUP ใน Google Sheets เพื่อค้นหาและแสดงผลข้อมูล โดยมีการเปรียบเทียบกับสูตร FILTER และอธิบายโครงสร้างของ VLOOKUP รวมถึงตัวอย่างการใช้งานในคลังสินค้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเรียลไทม์.

  • บริหารเงินแบบพุทธ สุขแท้ที่ยั่งยืน

    บริหารเงินแบบพุทธ สุขแท้ที่ยั่งยืน

    เคยรู้สึกไหมว่าเราหาเงินมาได้เท่าไหร่ก็รู้สึกว่าไม่พอ? หรือบางทีมีเงินมากขขึ้นก็ไม่รู้สึกสุขอย่างที่คิด? หรือบางทีความสุขอาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “จำนวน” หรือ “มูลค่า” แต่จะขึ้นอยู่กับ “คุณค่า” ของสิ่งที่ได้มาจากการใช้เงินนั้น ในหลักของพระพุทธศาสนาจะมีแนวทางการบริหารเงินที่มีความสมดุล ที่จะให้ความสุขกับตัวเอง ทั้งยังสร้างคุณค่าให้กับผู้คนรอบข้างด้วย | ความสุขของคฤหัสถ์ 4 ประการ หรือที่เรียกว่า คิหิสุข 4 (อันนนาถสูตร) ที่จริงแล้วในทางพระพุทธศาสนากล่าวถึงความสุขไว้หลายแง่หลายมุม ในที่นี้จะหยิบยกเฉพาะแง่มุมการบริหารเงินของชาวบ้านเท่านั้น ในพระไตรปิฎกได้กล่าวถึงสุขของคฤหัสถ์ หรือ คิหิสุข หรือ กามโภคีสุข 4 (สุขของชาวบ้าน, สุขที่ชาวบ้านควรพยายามเข้าถึงให้ได้สม่ำเสมอ, สุขอันชอบธรรมที่ผู้ครองเรือนควรมี) ได้แก่ ในหมวดธรรมนี้นอกจากจะกล่าวถึงความสุขที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเงินทองแล้ว ยังกล่าวถึงความสุขจากการทำความดีด้วย ท่านได้กล่าวถึงขนาดว่าถึงจะรวมความสุข 3 ข้อแรกเข้าด้วยกัน (สุขจากการมีทรัพย์, ใช้ทรัพย์, ไม่มีหนี้) ก็ยังไม่ถึงเศษเสี้ยวของสุขที่เกิดจากการทำดีทางกาย วาจา ใจได้เลย | หลักในการจัดสรรทรัพย์ 4 (โภควิภาค 4) ในเมื่อมีรายได้เข้ามา จะมองแต่เรื่องการใช้อย่างเดียวก็ไม่ได้ พระพุทธเจ้าเองก็ทรงตรัสถึงการแบ่งรายได้ออกเป็นกองๆ เพื่อเป็นการจัดสรรรายได้ ให้รู้จักใช้รู้จักออมเช่นกัน หลักการจัดสรรรายรับที่ได้มาในทางพระพุทธศาสนาจะแบ่งเป็น 4…

  • เปลี่ยนนิสัยการใช้เงินให้ดีขึ้น ด้วยหลักการออมเงินที่เหมาะกับคุณ

    เปลี่ยนนิสัยการใช้เงินให้ดีขึ้น ด้วยหลักการออมเงินที่เหมาะกับคุณ

    บทความที่จะมาแบ่งปันการทำ Time Stamp ใน Google Sheet โดยไม่มีการใช้ Google AppScript แต่อย่างใด ใช้เพียงแค่การใส่สูตรเท่านั้น

  • Google Sheets 101 : จมอยู่กับข้อมูลกองโต! แก้ปัญหาด้วย Filter function

    Google Sheets 101 : จมอยู่กับข้อมูลกองโต! แก้ปัญหาด้วย Filter function

    บทความนี้เสนอวิธีการจัดเรียงและกรองข้อมูลใน Google Sheets โดยใช้ฟังก์ชัน FILTER ฟิลเตอร์ช่วยให้ผู้ใช้คัดแยกข้อมูลตามเงื่อนไขที่ต้องการ ทำให้ประหยัดเวลาในการวิเคราะห์ ข่ายงานจะครอบคลุมวิธีใช้งาน สูตร FILTER และเทคนิคในการใช้งานเพิ่มเติมอย่างมีประสิทธิภาพ.

  • สัญลักษณ์ชินโต เอกลักษณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณญี่ปุ่น

    สัญลักษณ์ชินโต เอกลักษณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณญี่ปุ่น

    ชินโตกับสัญลักษณ์ที่เล่าเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ชินโต หรือความเชื่อดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น เป็นความเชื่อที่มีความเกี่ยวพันกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง โดยมี สัญลักษณ์ ต่าง ๆ เป็นตัวแทนของพลังศักดิ์สิทธิ์หรือ “คามิ” (Kami) ที่ชาวญี่ปุ่นนับถือ ความเรียบง่ายแต่งดงามของสัญลักษณ์เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ชินโตโดดเด่น แต่ยังสะท้อนถึงปรัชญาชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ประตูโทริอิ (Torii): สัญลักษณ์แห่งการเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในสัญลักษณ์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในชินโตคือ โทริอิ ประตูสีแดงที่ตั้งอยู่หน้า ศาลเจ้า (Jinja) หรือพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นที่สถิตของคามิ เชือกชิเมะนะวะ (Shimenawa): เครื่องหมายแห่งพลังบริสุทธิ์ ชิเมะนะวะ เป็นเชือกฟางที่ผูกล้อมรอบต้นไม้ ก้อนหิน หรือสถานที่ที่เชื่อว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์สิงสถิต กระจกศักดิ์สิทธิ์ (Yata no Kagami): สัญลักษณ์แห่งปัญญาและความจริง ในความเชื่อชินโต กระจกถือเป็นวัตถุที่มีความหมายลึกซึ้งและศักดิ์สิทธิ์ แผ่นไม้เอมะ (Ema): สื่อกลางระหว่างมนุษย์กับคามิ เอมะ คือแผ่นไม้ที่ผู้คนเขียนคำขอพรหรือคำอธิษฐาน ก่อนนำไปแขวนในศาลเจ้า น้ำพุชำระล้าง (Temizuya): สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ก่อนเข้าสู่ศาลเจ้าชินโต ผู้คนจะต้องทำการชำระล้างมือและปากที่ เทมิสึยะ (Temizuya) สัญลักษณ์เหล่านี้บอกอะไรกับเรา? เอกลักษณ์ของสัญลักษณ์ชินโตคือความเรียบง่ายที่ลึกซึ้ง ทุกสัญลักษณ์สะท้อนถึง ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ…