Gion Matsuri: มนต์เสน่ห์แห่งฤดูร้อน

บ้านเราก็มีประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณอย่างทอดกฐินหลวง ต้องต่อเรือ ต้องซ้อมแห่เรือ บ้านเมืองเขาก็มีเทศกาลนี้แหล่ะ Gion Matsuri (祇園祭) ที่ต้องเตรียมตัวกันอย่างยาวนาน เป็นเทศกาลสุดยิ่งใหญ่และเก่าแก่ของญี่ปุ่น จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในฤดูร้อน ตลอดเดือนกรกฎาคมในเมืองเกียวโต

บทความนี้เราจะพูดถึงเทศกาลสำคัญของเกียวโต ปีนึงจะจัดเพียงแค่หนึ่งครั้งเท่านั้น หากใครมีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อน เราอยากให้คุณมาสัมผัสกับช่วงเทศกาลนี้กันสักครั้ง…

เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เทพเจ้าหลักของศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ซึ่งได้แก่ ซุซาโนะโอะ โนะ มิโคโตะ (Susanoo-no-Mikoto) เทพเจ้าแห่งพายุและการขับไล่สิ่งชั่วร้าย คุชิอินาดะฮิเมะ โนะ มิโคโตะ (Kushiinadahime-no-Mikoto) และ ยาฮาชิระ โนะ มิโคโตะ (Yahashira-no-Mikoto) เชื่อกันว่าเทพเจ้าเหล่านี้ปกปักรักษาเมืองเกียวโตให้พ้นจากภัยพิบัติและโรคระบาด

เทศกาล Gion Matsuri เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 869 ในยุคเฮอัน (Heian) โดยมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภัยพิบัติและโรคระบาดที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ชาวเมืองเชื่อว่าการจัดพิธีกรรมทางศาสนาและการแห่ขบวนเกี้ยว (Mikoshi) ซึ่งเป็นศาลเจ้าขนาดเล็กไปตามเมืองจะช่วยขับไล่วิญญาณชั่วร้าย

Gion Matsuri photo from canva

กิจกรรมจะจัดตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม แต่จะเริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าไปชมได้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม บริเวณถนน Shijo Kawaramachi และ ถนน Oike ในใจกลางเกียวโต ถนนบางส่วนอาจจะปิดการสัญจร และมีร้านค้าต่าง ๆ ตั้งแผงขายริมถนนให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายซื้อของ รวมถึงผู้คนมักแต่งกายด้วยชุดยูกาตะ เข้าชมเทศกาล อีกทั้งมีการตั้งรถแห่แบบดั้งเดิมตามจุดต่างๆ ซึ่งบางคันก็เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปถ่ายรูปได้

  • โยอิยามะ (Yoiyama) : 14-16 , 21-23 กรกฎาคม เป็นช่วงสามวันก่อนวันขบวนแห่ใหญ่ ถนนจะเต็มไปด้วยการแสดงดนตรีแบบดั้งเดิม แสงไฟจากโคมไฟ และการจัดแสดงรถแห่ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและถ่ายภาพขบวนรถที่ตั้งโชว์ตามจุดต่างๆ ได้ในช่วงเวลานี้ และหากใครไปที่ศาลเจ้า Yasaka ในช่วงประมาณ 18:30 น. ของคืนวันที่ 16 ก็อาจจะได้เจอกับการแสดงระบำ Iwami Kagura ลองไปดูนะ
  • ซากิมัทสึริ (Saki Matsuri) : 17 กรกฎาคม เป็นวันสำคัญของเทศกาลที่มีขบวนแห่ใหญ่ (Yamaboko Junko) รถแห่ขนาดยักษ์จะเคลื่อนผ่านใจกลางเมืองเกียวโต ขบวนแห่ในรอบเช้าจะเริ่ม 9:30 น. หลังจากที่เด็กชายศักดิ์สิทธิ์ตัดเชือกศักดิ์สิทธิ์ ขบวนแห่จึงเริ่มขึ้น ใช้เวลาตั้งแต่ 9:30-13:00 น. และในช่วงเย็น จะมีพิธีเคลื่อนย้ายเทพเจ้าจากศาลเจ้าYasaka ไปยังศาลเจ้าเคลื่อนที่(Mikoshi) จากนั้น Mikoshi จะถูกหามไปตามถนนจากศาลเจ้า Yasaka ไปยังสี่แยก Shijo Teramachi และตั้งแสดงไว้ในบริเวณดังกล่าวจนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม
  • อะโตะมัทสึริ (Ato Matsuri) : 24 กรกฎาคม เป็นขบวนแห่ชุดที่สอง ซึ่งแตกต่างจากซากิมัทสึริ (Saki Matsuri) ตรงที่จำนวนรถแห่น้อยกว่า โดยมีเพียงประมาณ 10 คัน และใช้เส้นทางย้อนกลับจากขบวนแรก ขบวนแห่นี้ให้บรรยากาศที่เงียบสงบกว่าซากิมัทสึริ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมเทศกาลแบบไม่แออัด และในช่วงเย็นจะมีการเคลื่อนขบวน Mikoshi กลับไปที่ศาลเจ้าYasaka ตามเดิม
Yamaboko รถแห่ในเทศกาล photo from canva
  • เด็กชายชิโกะ (Chigo) หรือเด็กศักดิ์ ในบางขบวนแห่ จะมีเด็กชายที่ถูกคัดเลือกจากครอบครัวที่มีเกียรติในเกียวโต ในการเข้าร่วมประกอบพิธีสวดภาวนาขอให้เทศกาลประสบความสำเร็จ ชิโกะถือเป็นภาชนะของเทพเจ้าในช่วงเทศกาล จึงถูกหามไปทุกทีเพื่อไม่ให้เท้าแตะพื้น เพราะถือเป็นตัวแทนบริสุทธิ์ของเทพเจ้า
  • บุคคลที่นั่งบนสุดของรถลาก มักเป็นบุคคลสำคัญของชุมชน หรือผู้ทำหน้าที่ประกาศคำอวยพรและชี้นำขบวนแห่ไปข้างหน้า
  • นักดนตรีบนรถลาก บนรถ “โบโกะ” จะมีนักดนตรีที่เล่นเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิม เช่น กลองไทโกะ ขลุ่ย และฉาบ พวกเขาจะนั่งอยู่ภายในหรือด้านบนของรถและบรรเลงเพลง “Gion Bayashi” ซึ่งเป็นทำนองดั้งเดิมของเทศกาลนี้ มีท่วงทำนองที่สนุกสนานและเป็นเอกลักษณ์
  • ไม้ที่วางอยู่ใต้รถ เราอาจจะเห็นท่อนไม้เล็กๆหลายท่อนวางอยู่ใต้รถ น่าสงสัยมากว่าไม้เหล่านั้นเอาไว้ทำอะไร ไม้ที่อยู่ใต้รถแห่มีหน้าที่ช่วยในการรองรับน้ำหนัก กระจายแรงกดทับของรถ และยังช่วยในการเลี้ยวรถด้วยเนื่องจากรถแห่ไม่มีล้อที่หมุนได้อิสระ จึงต้องใช้แผ่นไม้รองพื้นแล้วราดน้ำและยังช่วยในการเลี้ยวรถด้วยเนื่องจากรถแห่ไม่มีที่หมุนได้อิสระจึงต้องใช้แผ่นไม้รองพื้นแล้วราดน้ำให้ลื่นจากนั้นจึงค่อยใช้แรงคนดึงให้รถหมุนเลี้ยว

เครื่องรางสำคัญที่ทำจากใบไผ่ เชื่อกันว่าช่วยปัดเป่าภัยพิบัติและโรคระบาด การใช้ใบไผ่มาจากตำนานที่ว่าความเขียวชอุ่มของไผ่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและการป้องกันสิ่งชั่วร้าย

เครื่องรางใบไผ่ (Chimaki) photo from canva
  1. ถนนชิโจ (Shijo-dori) และคาวารามาจิ (Kawaramachi-dori)
    • เป็นเส้นทางหลักของขบวนแห่ Yamaboko Junko มีพื้นที่กว้างและสามารถเห็นขบวนแห่ได้อย่างใกล้ชิด
  2. มุมถนนคาราสึมะ (Karasuma-dori) และโออิเกะ (Oike-dori)
    • เป็นจุดเลี้ยวของขบวนแห่ ทำให้ได้ชมการบังคับรถลากขนาดยักษ์ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงาน
  3. บนอาคารสูงที่อยู่ใกล้เส้นทางขบวนแห่
    • โรงแรมและคาเฟ่บางแห่งให้บริการที่นั่งสำหรับชมเทศกาลจากมุมสูง ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัด
  1. วิธีเดินทางไปชมเทศกาล : เราแนะนำให้คุณไปโดยรถไฟ สถานีที่ใกล้ที่สุด: Shijo Station (สาย Karasuma Line) และ Kawaramachi Station (สาย Hankyu Kyoto Line) เนื่องจากถนนบางส่วนอาจจะปิด ทำให้คุณต้องโดนเท้าเข้าไปแทน
  2. ไปถึงล่วงหน้า : แนะนำให้ไปถึงจุดชมขบวนแห่ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อจองที่ยืนที่ดี โดยเฉพาะในวัน 17 และ 24 กรกฎาคม
  3. เตรียมน้ำและร่มกันแดด : เดือนกรกฎาคมเป็นช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น อากาศร้อนจัด ควรพกน้ำดื่ม หมวก หรือร่มกันแดด

Gion Matsuri ไม่ใช่เพียงแค่เทศกาลเก่าแก่ แต่เป็นการแสดงออกถึงจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของชาวเกียวโตอย่างแท้จริง เทศกาลนี้เป็นการรวมตัวกันของชุมชนเพื่อเฉลิมฉลอง ขอพร และปกป้องเมืองจากภัยพิบัติ ขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ กิจกรรมที่เต็มไปด้วยสีสัน และบรรยากาศคึกคัก ล้วนทำให้ Gion Matsuri เป็นเทศกาลที่ควรค่าแก่การมาเยือนสักครั้งในชีวิต


Comments

Leave a comment